16
ส.ค.
ไร้เคนแล้วไง! "ซน"คมกริบ-ตะบันชัยพาสเปอร์สอัดแชมป์เก่าแมนซิตี้


f545934a37e5f1bf45261140bf162ab7.jpg

"ไก่เดือยทอง" ของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต บอสคนใหม่ งัดฟอร์มแจ๋วหลังเปิดซีซั่นด้วยการไล่บดเอาชนะแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ซน ฮึง-มิน ตะบันประตูชัยสุดสวยพาทีมเก็บสามแต้ม พร้อมทำสถิติเอาชนะใน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เหนือ "เรือใบสีฟ้า" ในลีก 3 ฤดูกาลติด ในเกมประเดิมซีซั่นใหม่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

"บิ๊กแมตช์" คู่สุดท้าย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเปิดซีซั่น เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าบ้าน สเปอร์ส เปิด ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยผลงานที่เจอกันที่นี่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็น "ไก่เดือยทอง" เจ้าถิ่นที่บดเอาชนะไปได้ 2-0

นูโน่ เอสปิริโต ซานโต บอสคนใหม่ของสเปอร์ส ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาได้ ปิแอร์ลุยจิ กอลลินี่ นายด่านคนใหม่, คริสเตียน โรเมโร่ แนวรับและ ไบรอัน กิล แนวรุกชาวสแปนิชเข้ามาเติมเต็ม แต่แมตช์นี้ออกสตาร์ทบนม้านั่งกันไปก่อน แต่ไร้ชื่อแฮร์รี่ เคน โดยแนวรุกสามประสานส่ง สตีเว่น เบิร์กไวจ์น, เดลี่ อัลลี่, ลูคัส มูร่า และซน ฮึง-มิน

ส่วนทางฝั่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เกมนี้ใช้ผู้เล่นชุดเดียวกับช่วงปรีซีซั่นและเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ โดยแนวรุกส่ง แจ็ค กรีลิช แข้งราคา 100 ล้านปอนด์ลงปั้นเกมตรงกลางร่วมกับ อิลคาย กุนโดกัน ส่วนสามแนวรุกจัด ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง และเฟร์ราน ตอร์เรส ส่วนบรรดาแกนหลังอย่าง เควิน เดอ บรอยน์, กาเบรียล เชซุส, โรดรี้ หรือจอห์น สโตนส์ เป็นแค่สำรองข้างสนาม

เปิดฉากมาไม่ถึง 3 นาที "เรือใบสีฟ้า" ได้ลุ้นก่อนหลัง แจ็ค กรีลิช ลากบอลเข้ามาก่อนโดน โอลิเวอร์ สคิปป์ ดึงล้มลงบนเส้น 18 หลา ก่อนที่ อิลคาย กุนโดกัน ที่ปั่นฟรีคิกไปแฉลบหัว สคิปป์ เฉียดคานออกหลังไป

อีกนาทีถัดมา บอลสั้นจากมุมธง กรีลิช ไหลคืนหลังให้ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ครอสมากลางประตู อูโก้ โยริส ออกมาไม่ถึงบอล แฟร์นันดินโญ่ เทกโขกย้อนเสาแรกบอลถากเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

กลายเป็นฝั่งแชมป์เก่าที่ไล่บดกดดันใส่หน้าบ้านของ "ไก่เดือยทอง" นาที 7 ได้ลุ้นส่องประตูอีกครั้ง คราวนี้ ชูเอา กานเซโล่ เติมมาหวดแบบไม่จับด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาออกไปได้ลุ้นอีก

ลูกทีมของ นูโน่ เริ่มตั้งเกมและเปิดเกมรุกเข้าใส่ทีมเยือนต่อเนื่อง นาที 21 สตีเว่น เบิร์กไวจ์น ซัดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งไปติดบล็อค รูเบน ดิอาส ออกหลัง

อีกสองนาทีต่อมา ซน ฮึง-มิน ตักฟรีคิกเข้าไปในเขตโทษ ดาวินซอน ซานเชซ โขกถึงบอลก่อนแต่บอลโดนเคลียร์มาเข้าทาง ลูคัส มูร่า หวดซ้ำเข้าไปทว่า กุนโดกัน ยังยืนคุมเสาแรกบล็อคออกไปอย่างหวุดหวิด

นาที 35 แมนฯซิตี้ ทิ้งโอกาสขึ้นนำหลัง ราฮีม สเตอร์ลิง ตวัดเข้าไปแฉลบแข้งเจ้าถิ่นก่อนบอลมาเข้าทาง ริยาด มาห์เรซ พุ่งมาวอลเลย์ด้วยซ้ายโล่งๆ กลางประตูแต่ยิงไม่ดีหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 40 บอลสวนกลับของ สเปอร์ส เกือบได้ลุ้นขึ้นนำหลัง ลูคัส มูร่า ผ่านเข้ากลางให้ ซน ฮึง-มิน ดึงเข้าขวาแล้วปั่นนอกกรอบบอลโค้งหลุดเสาหวุดหวิด แม้แข้งเจ้าบ้านจะฟ้องเอาลูกเตะมุม ซึ่งจังหวะนี้จากภาพช้าบอลแฉลบกานเซโล่ออกแต่ผู้ตัดสินเตะจากหน้าประตูขึ้นมาเท่านั้น

จบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 49 เบนฌาแม็ง เมนดี้ ผ่านบอลมาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาในกรอบแต่ยังไม่ผ่านมือ อูโก้ โยริส ซึ่งนับเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกของเกมวันนี้

นาที 55 แฟนไก่เดือยทองในสนามได้เฮกันลั่น จากบอลสวนกลับเร็ว ลูคัส มูร่า ดีดต่อให้ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น ควบพาบอลขึ้นมาก่อนแทงออกขวาให้ ซน ฮึง-มิน ลากตัดเข้าหน้ากรอบก่อนซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งไซด์เลียดเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม ให้ สเปอร์ส ขึ้นนำแมนฯซิตี้ 1-0

เกมโต้กลับเร็วของเจ้าถิ่นยังน่ากลัว และเกือบได้ลุ้นเม็ดที่สอง นาที 60 ลูคัส มูร่า พาบอลขึ้นมาก่อนโดนสไลด์แย่งไปเข้าทาง สตีเว่น เบิร์กไวจ์น ทางด้านซ้ายหลุดเข้าไปดวลกับ เอแดร์ซอน แต่ยิงไม่ดีพุ่งเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าผิดหวัง

นาที 70 เรือใบหวิดได้ลุ้นตีเสมอ บอลเร็วจากฟรีคิกออกขวาให้ ชูเอา กานเซโล่ ปาดเลียดไปในกรอบ6หลา เฟร์ราน ตอร์เรส พุ่งมาถึงบอลก่อนแต่ยิงไม่ดีหลุดเสาออกไป

อีกนาทีถัดมา เป๊ป แก้เกมเปลี่ยนคนแรกด้วยการถอด ราฮีม สเตอร์ลิง ที่เล่นไม่ออกแล้วส่ง กาเบรียล เชซุส ลงไปเล่นแทน ก่อนอีก 9 นาทีต่อมาจะส่งทั้ง เควิน เดอ บรอยน์ และโอเล็กซานเดร์ ซินเชนโก้ ลงมาเล่นแทน ริยาด มาห์เรซ และเบนฌาแม็ง เมนดี้

นาที 84 เรือใบได้ลุ้นตีเสมออีกครั้ง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาปั่นด้วยขวานอกกรอบแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ โยริส ที่ทุบออกไปได้

ช่วงเวลาที่เหลือลูกทีมของ เป๊ป ไล่บดกดดันอย่างหนักทว่าก็ยังไม่ผ่านแนวรับของเจ้าถิ่นที่ช่วยกันดี ก่อนจบเกมเป็นอันว่า สเปอร์ส เฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หวุดหวิด 1-0 ทำสถิติคว้าชัยเหนือในบ้าน 3 ฤดูกาลติดชนิดที่ "เรือใบสีฟ้า" ยิงไม่ได้เลยสักเม็ด

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

สเปอร์ส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส - จาเฟต แทนกันก้า (แมตต์ โดเฮอร์ตี้ น.83), เอริก ดายเออร์, ดาวินซอน ซานเชซ , เซร์คิโอ เรกีล่อน - โอลิเวอร์ สคิปป์, ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก (คริสเตียน โรเมโร่ น.90) - สตีเว่น เบิร์กไวจ์น (โจวานนี่ โล เซลโซ่ น.71), เดลี่ อัลลี่, ลูคัส มูร่า - ซน ฮึง-มิน

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต ซานโต

แมนฯซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส - ชูเอา กานเซโล่, นาธาน อาเก้, รูเบน ดิอาส, เบนฌาแม็ง เมนดี้ (โอเล็กซานเดร์ ซินเชนโก้ น.79) - แจ็ค กรีลิช, แฟร์นันดินโญ่, อิลคาย กุนโดกัน - ริยาห์ มาห์เรซ (เควิน เดอ บรอยน์ น.79), เฟร์ราน ตอร์เรส, ราฮีม สเตอร์ลิง (กาเบรียล เชซุส น.70)

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : แอนโทนี่ เทย์เลอร์

www.siamsport.co.th


© 2018 Coreball.com All Rights Reserved.