16
พ.ย.
เมอร์เท่นส์ฟรีคิกเด็ด! เบลเยียมทุบอังกฤษ-ดับฝันผู้ดีเข้ารอบ4ทีมสุดท้าย


bf793614e3f0d80b60f85d4271c6df0d.jpg

"สิงโตคำราม" หมดลุ้นเข้าไปเล่นในรอบไฟน่อล 4 ทีมสุดท้ายเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน หลังบุกไปพ่ายให้เจ้าถิ่น เบลเยียม 0-2 ในศึกเนชั่นส์ ลีก นัดที่ 5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ยังยึดจ่าฝูงต่อ โดยเกมสุดท้ายชี้ชะตากับ เดนมาร์ก ซึ่งผู้ชนะจะคว้าตั๋วเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายทันที

สนาม : คิง เพาเวอร์ แอต เดน ดรีฟ, ลูเวิ่น

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นการแข่งขัน นัดที่ 5 ของลีก เอ กลุ่ม 2 ระหว่างจ่าฝูง เบลเยียม ที่เกมล่าสุดบุกไปเอาชนะ ไอซ์แลนด์ 2-1 เกมนี้กลับมาเฝ้ารังรับมือทีมชาติ อังกฤษ ที่ผลงานล่าสุดพ่ายคาบ้านให้เดนมาร์ก ทำให้หล่นมาอยู่อันดับ 3 ตามจ่าฝูง 2 คะแนน

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ของ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ยังไม่มี เอแด็น อาซาร์ ที่เจ็บส่งน้องชาย ธอร์กาน อาซาร์ ปั้นเกมร่วมกับ เควิน เดอ บรอยน์ และดรีส์ เมอร์เท่นส์ โดยทิ้ง โรเมลู ลูกากู เป็นหน้าเป้า ขณะที่ "สิงโตคำราม" ของ แกเร็ธเซาธ์เกต ใช้ แจ็ค กรีลิช และ เมสัน เมาน์ท ขับเคลื่อนเกมรุกอยู่หลัง แฮร์รี่ เคน ที่รับใช้ชาติเป็นนัดที่ 50

เริ่มเกมมา 2 นาทีแรก อังกฤษ ทักทายก่อนจากจังหวะที่ แจ็ค กรีลิช ผ่านบอลถึง แฮร์รี่ เคน ลากเข้าไปซัดนอกกรอบแต่บอลก็หลุดเสาออกไป

แต่โอกาสลุ้นหนแรกของ เบลเยียม ก็เป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ทันที นาที 10 จากจังหวะที่แนวรับอังกฤษออกบอลกันพลาด บอลมาถึง ลูกากู บังบอลหน้ากรอบแล้วไหลสั้นๆให้ ยูริ ตีเลมันส์ ซัดทะลุบล็อคเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด

นาที 11 ทีมเยือนพยายามทวงประตูตีเสมอให้ได้ คีแรน ทริพเพียร์ ครอสมาให้ แจ็ค กรีลิช ซัดไปติดบล็อค โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ ออกหลัง และจากจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง ทริพเพียร์ เปิดมาให้ แฮร์รี่ เคน โขกหนีมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ไปแล้วแต่ยังมีโรเมลู ลูกากู โขกสกัดออกหลังไปหวุดหวิด

นาที 22 ดีแคลน ไรซ์ ทำเสียฟาวล์หน้ากรอบเขตโทษ หลังไปอัด เควิน เดอ บรอยน์ ก่อนที่ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ จะรับหน้าที่สังหารปั่นฟรีคิกกว่า 25 หลาโค้งข้ามกำแพงเบียดเสาแรกเข้าไป ชนิดที่ จอร์แดน พิคฟอร์ด หมดสิทธิ์ป้องกันให้ เบลเยียม นำ
อังกฤษ 2-0

นาที 38 "สิงโตคำราม" ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง เบน ชิลเวลล์ มีอาการเจ็บเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง บูกาโย่ ซาก้า ลงมาเล่นแทน

ท้ายครึ่งแรก นาที 43 แฮร์รี่ เคน ได้บอลทางซ้ายในกรอบก่อนจะซัดมุมแคบ แต่บอลยังพุ่งไปติดเซฟของ ติโบต์ กูร์กตัวส์

จบครึ่งแรก เบลเยียม นำห่าง อังกฤษ 2-0

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง อังกฤษ เปลี่ยนคนที่สองเอา จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ออกแล้วส่ง แฮร์รี่ วิงค์ส ลงเล่นแทน

นาที 51 แฮร์รี่ เคน เรียกฟรีคิกกว่า 25 หลานอกกรอบได้ แต่ เมสัน เมาท์ส ที่อาสายิงดันปั่นหลุดกรอบเหินคานออกไป

อีก 2 นาทีถัดมา "สิงโตคำราม" มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบของเจ้าบ้านอีก ทว่าคราวนี้มือสังหารอย่าง แจ็ค กรีลิช ยิงได้น่าผิดหวังหลังซัดไปติดกำแพงแนวรับของเจ้าถิ่น

"กรีลิช" ที่เล่นได้โดดเด่น นาที 60 สร้างโอกาสให้ตัวเองอีกครั้งหลัง ดึงแนวรับเบลเยียมในกรอบก่อนพลิกตัวแล้วซัดเหินคานออกไปแบบได้เสียว

นาที 70 อังกฤษ เปลี่ยนอีกสองคนรวดส่ง โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน และเจดอน ซานโช่ ลงไปเล่นแทน คีแรน ทริพเพียร์ และเมสัน เมาน์ท

นาที 77 เบลเยียมเกือบได้เม็ดที่สามนำห่าง หลังบอลจากซ้ายครอสมาให้ ลูกากู ยิงไม่ถึง 10 หลาหน้าประตู แต่บอลยังไปติดเซฟของ จอร์แดน พิคฟอร์ด

นาที 82 อีกครั้งที่ทัพผู้ดีได้ลุ้น หลัง กรีลิช แหวกบอลขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้ เคน ซัดด้วยขวานอกกรอบหมดลุ้นไปอีก

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เบลเยียม ทุบเอาชนะ อังกฤษ 2-0 คว้าสามแต้มมีเพิ่มเป็น 12 คะแนน นำเป็นจ่าฝูงกลุ่ม ส่วน อังกฤษ รั้งอันดับ 3 มี 7 คะแนน หมดโอกาสเข้าไปเล่นในรอบ 4 ทีมสุดท้ายเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม เบลเยียม ต้องลุ้นเกมสุดท้ายกับ เดนมาาร์ก เพื่อชิงตั่วไปเล่นรอบ 4 ทีมสุดท้ายช่วงตุลาคมปีหน้า

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เบลเยียม (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, เจสัน เดนาเยอร์, ยาน แฟร์ต็องเกน - โธมัส เมอนิเย่ร์, ยูริ ตีเลมันส์, อั๊กเซล วิตเซล, ธอร์กาน อาซาร์ - เควิน เดอ บรอยน์, ดรีส์ เมอร์เท่นส์ (เดนนิส ปราต น.83) - โรเมลู ลูกากู

เทรนเนอร์ : โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ

อังกฤษ (3-4-2-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด - ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริค ดายเออร์, ไทโรน มิงส์ - คีแรน ทริพเพียร์ (เจดอน ซานโช่ น.70), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (แฮร์รี่ วิงค์ส น.46), ดีแคลน ไรซ์, เบน ชิลเวลล์ (บูกาโย่ ซาก้า น.39) - แจ็ค กรีลิช, เมสัน เมาน์ท (โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน น.70) - แฮร์รี่ เคน

เทรนเนอร์ : แกเร็ธ เซาธ์เกต

ผู้ตัดสิน : ดานนี มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)

www.siamsport.co.th


© 2018 Coreball.com All Rights Reserved.