31
ธ.ค.
ป็อกบาเบิ้ล! แมนยู10คนถลุงบอร์นมัธ โซลชาเฮ3เกมติดทุบประวัติศาสตร์ผีอีก
61



"ปีศาจแดง" ฟอร์มยังร้อนแรงต่อเนื่อง แม้จะเหลือแค่ 10 คนท้ายเกมหลัง เอริก ไบยี่ โดนไล่ออก แต่ทีมยังเปิดรังไล่ต้อนเอาชนะ บอร์นมัธ ไปสบาย 4-1 ในเกมส่งท้ายปีเก่าเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกมนี้ ปอล ป็อกบา งัดฟอร์มสุดเทพยิง 2 จ่ายอีก 1 พาทีมเก็บสามแต้มรั้งอันดับ 6 ตาม "ปืนใหญ่" แค่ 3 แต้ม แถม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังทำสถิติเป็นกุนซือรายที่ 3 ต่อจาก เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ และโชเซ่ มูรินโญ่ ที่ประเดิมคุมด้วยการคว้าชัย3เกมติดต่อกัน

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด, แมนเชสเตอร์

โอเล กุนนาร์ โซลชา กุนซือชั่วคราว "ปีศาจแดง" พาทีมคว้าชัยมาสองเกมติด เกมนี้หากเอาชนะ บอร์นมัธ จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นกุนซือคนที่ 3 ที่พาทีมเก็บชัยชนะในช่วง 3 นัดแรกของการคุมทีมได้ทั้งหมดต่อจาก เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ ตำนานกุนซือของทีม และ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เพิ่งโดนปลดออกจากตำแหน่ง

เกมนี้เจ้าถิ่นได้ โรเมลู ลูกากู กลับมามีชื่อบนม้านั่งสำรอง โดยแนวรุกสามประสานเป็น เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดยมี ปอล ป็อกบา ขับเคลื่อนเกมแดนกลาง

ส่วนทางฝั่ง เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือของ บอร์นมัธ แนวรุกฝากความหวังไว้ที่ จูเนียร์ สตานิสลาส, คัลลั่ม วิลสัน และโจชัว คิง

เริ่มต้นมาอย่างเร้าใจ แค่ 4 นาทีแรก เสียงของแฟนอสูรใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องดังกระหึ่ม เมื่อเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากความยอดเยี่ยมของ แรชฟอร์ด ที่ได้บอลทางริมเส้นด้านขวา ก่อนเลี้ยงแหวกหลบ อาเก้ และดีเอโก้ รีโก้ แล้วปาดมาในกรอบ 6 หลาให้ ปอล ป็อกบา พุ่งมาชาร์ตด้วยเท้าขวาเข้าไป เป็นประตูที่ 3 ในรอบ 2 แมตช์ของห้องเครื่องทีมชาติฝรั่งเศส

นาที 12 แมนฯยู ได้เสียวอีกหนจากจังหวะโต้กลับหน้าปากประตูตัวเอง บอลลำเลียงขึ้นมาก่อนที่ ลินการ์ด จะเปิดโค้งเข้าไปในกรอบ ปอล ป็อกบา เกือบเทกตัวโขกบอลได้แล้วแต่ อัสเมียร์ เบโกวิช ยังไวออกมาชกบอลพ้นอันตรายไปได้

ทีมเยือนมีโอกาสได้ส่องบ้าง นาที 22 คราวนี้ จูเนียร์ สตานิสลาส ลากบอลจากกลางสนามมาเองก่อนตัดสินใจยิงนอกกรอบ แต่ยิงบอลเบาหลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

ถัดมา นาที 26 บอร์นมัธ หวิดได้ลุ้นตีเสมอ จากลูกคอนเนอร์เปิดมาเข้าหัว อาเก้ เทกตัวขึ้นสูงกว่าก่อนโขกลงพื้นบอลไปโดนตัว เอร์เรร่า ก่อนมาติดเซฟของ เด เคอา และเป็น เอร์เรร่า ที่ตามมาเคลียร์พ้นอันตรายไปแบบใจหายใจคว่ำอีกที

นาที 33 สกอร์ของ "ผีแดง" ไหลหนีไปแบบ 2-0 จากจังหวะขึ้นเกมทางขวา แอชลี่ย์ ยัง ไหลคืนหลังให้ เอร์เรร่า ตักบอลยาวมาหน้าประตูให้ ปอล ป็อกบา ที่ขึ้นโขกเดี่ยวๆ ส่งบอลจมตาข่ายอย่างสวยงาม เป็นประตูที่ 2 ของเจ้าตัวในเกมนี้ และเป็นประตูที่ 7 ในซีซั่นนี้อีกด้วย

บอร์นมัธ ไม่มีทางเลือกต้องเดินหน้าทวงประตูตีไข่แตกอย่างเดียว นาที 37 โจชัว คิง ได้วอลเลย์เต็มข้อในกรอบบอลพุ่งเสาแรกแต่ไม่ผ่านมือ เด เคอา ที่เซฟออกมาได้

นาทีสุดท้ายครึ่งแรก "ปีศาจแดง" มานำห่างเป็น 3-0 บอลออกจากเท้า มาติช ตักข้ามหัวแนวรับให้ มาร์กซิยาล ทางขวาก่อนที่ดาวยิงชาวเฟร้นแมนจะเปิดไซด์ก้อยมาเสาสองให้ แรชฟอร์ด พุ่งสไลด์ด้วยขวาเข้าไป

กระนั้นช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 45+2 เจ้าถิ่นต้องมาเสียคลีนชีตจนได้ เมื่อ บอร์นมัธ ตีไข่แตกไล่ตามมาเป็น 1-3 จากจังหวะที่ เดวิด บรูคส์ เปิดบอลมาเสาแรกให้ นาธาน อาเก้ ขวิดบอลแสกหน้า เด เคอา เข้าไปจมตาข่าย

จบครึ่งเวลาแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ บอร์นมัธ 3-1

กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง แค่นาที 48 ผีแดงหวิดได้ลุ้นนำห่างอีกเม็ด หลัง ลุค ชอว์ จ่ายบอลยัดมาเสาแรกให้ เอร์เรร่า สอดเข้ามายิงด้วยขวาบอลไปติดบล็อค อาเก้ ที่ตามมาช่วยเซฟทีมไว้ได้ทัน

เกมผ่านมาครบ 1 ชั่วโมง ลูกทีมของ โซลชา ยังขึงเกมรุกได้อย่างอยู่หมัด ครองบอลได้เหนือกว่า นาที 65 ได้ลุ้นประตูอีกหน คราวนี้ ป็อกบา ไหลบอลให้ แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงติดเซฟของ เบโกวิช

นาที 70 โซลชา เปลี่ยนตัวเป็นคนแรก ถอดเอา แรชฟอร์ด ที่วันนี้ยิง 1 จ่าย 1 ออกแล้วส่ง โรเมลู ลูกากู ลงเล่นแทน

และเพียงแค่สองนาที ดาวยิงร่างยักษ์ทีมชาติเบลเยียม ก็สัมพัสบอลแรกด้วยการโขกบอลต่อให้ มาร์กซิยาล ก่อนจะคืนหลังให้ ป็อกบา ชิพบอลข้ามแนวรับบอร์นมัธ ให้ ลูกากู หลุดเข้าไปยิงหนีตัว เบโกวิช เข้าไปส่งให้ แมนฯยูไนเต็ด นำห่างเป็น 4-1

นาที 75 ป็อกบา เกือบทำแฮตทริกในสีเสื้อปีศาจแดงได้สำเร็จ หลัง ลินการ์ด จ่ายบอลคืนให้ ป็อกบา วิ่งมาสับไกนอกกรอบ บอลพุ่งติดปลายมือ เบโกวิช ก่อนไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

นาที 80 "ปีศาจแดง" ต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลัง เอริก ไบยี่ โดนไล่ออกจากสนามหลังไปพุ่งเสียบอันตรายใส่ ไรอัน เฟรเซอร์ ทำให้ โซลชา ต้องปรับแท็คติก ถอดเอา มาร์กซิยาล ออกแล้วส่ง ฟิล โจนส์ ลงไปอุดแนวรับแทน

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติม จบเกม "ปีศาจแดง" ที่เหลือ 10 คนท้ายเกม ไล่ถลุงเอาชนะ บอร์นมัธ 4-1 เก็บสามแต้มยึดที่ 6 ต่อแต่ตามหลัง อาร์เซน่อล อันดับ 5 แค่ 3 แต้มเท่านั้น อีกทั้งเกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังทำสถิติเป็นกุนซือรายที่ 3 ต่อจาก เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ และโชเซ่ มูรินโญ่ ที่ประเดิมคุมด้วยการคว้าชัย3เกมติดต่อกัน

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-3-3) :
ดาบิด เด เคอา, แอชลี่ย์ ยัง, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์ , อันเดร์ เอร์เรร่า (อันเดรียส เปเรยร่า น.76), เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา, เจสซี่ ลินการ์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (ฟิล โจนส์ น.81), มาร์คัส แรชฟอร์ด (โรเมลู ลูกากู น.70)

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

บอร์นมัธ (3-5-2) : อัสเมียร์ เบโกวิช, ดีเอโก้ ริโก้, สตีฟ คุ้ก, เนธาน อาเก้ (ไทโรน มิงส์ น.82), ชาร์ลี แดเนี่ยลส์, จอร์ดอน ไอบ์, เดวิด บรู๊คส์ (ลีส์ มุสเซต น.66) , แอนดรูว์ เซอร์แมน, จูเนียร์ สตานิสลาส, โจชัว คิง, คัลลั่ม วิลสัน (ไรอัน เฟรเซอร์ น.66)

ผู้จัดการทีม : เอ็ดดี้ ฮาว

ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน

สยามสปอร์ต


© 2018 Coreball.com All Rights Reserved.