3
ม.ค.
'ซาลาห์-มาเน่' ควงซัด!ลิเวอร์พูลแกร่งไม่เลิกอัดเชฟยูฯนิ่มจดสถิติไร้พ่ายต่อ
123


โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ โชว์ฟอร์มหรูยิงคนละตุงช่วย "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดบ้านไล่อัด "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 คว้าสามแต้มตามคาดพร้อมนำจ่าฝูงโด่ง แถมเพิ่มสถิติไร้พ่ายเกมลีกต่อไป ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม 2563
ลิเวอร์พูล 2 - 0 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด


สนาม : แอนฟิลด์

เจอร์เก้น คล็อปป์ พาทีม ''หงส์แดง'' ทำสถิติชนะ 18 เสมอ 1 ในครึ่งทางของพรีเมียร์ลีก พวกเขานำโด่งอยู่ในเวลานี้ โดยฟอร์มล่าสุดเปิดแอนฟิลด์อัดวูล์ฟแฮมป์ตันไป 1-0

นัดนี้ลิเวอร์พูลยังคงเน้นหนักจัดทัพเต็มสูบเช่นเคย มาในระบบ 4-3-3 มีจอมหนึบอย่าง อลีสซง เบ็คเกอร์ เฝ้าเสา ด้านหลังมี เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

แดนกลาง ใช้ เจมส์ มิลเนอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน บัญชาเกมโดย จอร์จินโย่ ไวนัลดุม พร้อมเติมเกมรุก ส่วนสามประสานแดนหน้าล่าสกอร์ยังคงจัด โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ลงเช่นเคย

เริ่มเกมได้เพียง 4 นาทีเท่านั้น ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะโยนยาวจากแดนหลังของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มาให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่เติมเกมบุกขึ้นมาทางฝั่งซ้ายริมกรอบเขตโทษก่อนจับบอลลงแล้วเปิดเลียดยัดไปกลางประตูให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่สอดขึ้นมาแล้วกดด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งเข้ากลางประตูไปอย่างสวยงามหมดปัญญาที่ ดีน เฮนเดอร์สัน นายด่านเชฟฯ ยูไนเต็ดจะป้องกัน

นาทีที่ 8 เชฟฯ ยูไนเต็ด ได้ลุ้นบ้างเมื่อ เดวิด แม็คโกลดริค ดาวยิงประจำทีมมีโอกาสหวดเต็มข้อบริเวณหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลาบอลพุ่งตรงกรอบแต่ไม่ผ่านมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่สมาธิยังดีโดดปัดข้ามคานออกไป

นาทีที่ 12 เจ้าถิ่นหวิดบวกสกอร์เพิ่ม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลยัดเข้าไปให้ ซาลาห์ ที่ใช้ความเร็ววิ่งโฉบตัดหน้าแผงหลังทีมเยือนก่อนตวัดแปบอลด้วยเท้าขวาบริเวณจุดโทษพอดิบพอดีบอลทำท่าจะพุ่งเสยใต้คานแต่ถูกปฏิเสธโดย ดีน เฮนเดอร์สัน ที่ลอยตัวปัดด้วยปลายมือออกไปอย่างเฉียดฉิว

นาทีที่ 19 ลิเวอร์พูล มีโอกาสบวกสกอร์อีกครั้ง ซาดิโอ มาเน่ พาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนส่งต่อให้ จอร์จินโย่ ไวนาดุม ที่สอดขึ้นมาขอบอลแล้วหาจังหวะซัดเต็มข้อแต่กดไม่ลงบอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

เลยมาถึงนาทีที่ 28 ทัพหงส์แดง ยังคงเปิดเกมบุกอย่างต่อเนื่อง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดบอลเกือบครึ่งสนามลอยโค้งผ่านแผงหลังทีมเยือนไปให้ เจมส์ มิลเนอร์ ที่พยายามใช้หัวโหม่งบอลแต่จังหวะไม่เป็นใจบอลกระดอนพื้นแล้วลอยข้ามหัว มิลเนอร์ ไปเข้ามือ เฮนเดอร์สัน รับไว้ได้

สองนาทีถัดมาเจ้าถิ่นยังคงได้ลุ้นประตูเพิ่ม เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดบอลยัดมาให้ มาเน่ แล้วดีดส้นต่อส่งให้ ซาลาห์ ที่วิ่งตัดหลังเข้ามารับบอลก่อนหลุดเข้าไปซัดจ่อๆ แต่ไปติดเซฟของ ดีน เฮนเดอร์สัน ที่พุ่งปัดไว้ได้อย่างหวุดหวิด

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 43 ลิเวอร์พูล ยังคงบุกต่อเนื่อง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน โยนบอลไปให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดขึ้นไปทางฝั่งซ้ายแต่ มาเน่ จับบอลไม่อยู่บอลหลุดออกหลังไป

หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เปิดบ้านนำ เซฟฯ ยูไนเต็ด ไปก่อน 1-0
มาลุ้นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 47 ลิเวอร์พูลได้ลูกฟรีคิกบริเวณมุมกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้ายเป็น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลโด่งเลยผ่านแผงหลัง เชฟฯ ยูไนเต็ด หวังให้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ที่เติมเกมขึ้นมาแต่เจ้าตัวเข้าไม่ถึงส่งผลให้บอลหลุดเลยออกหลังประตูไปไม่ได้ลุ้น

10 นาทีถัดมา โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เกือบทำประตูที่สองในเกมนี้ให้ลิเวอร์พูลเมื่อได้โอกาสซัดเต็มข้อด้วยเท้าขวาระยะประมาณ 20 หลาทางฝั่งซ้ายบอลลอยโค้งหลุดออกกรอบไปนิดเดียว เรียกเสียงฮือฮาของแฟนบอลได้ทั้งสนาม

นาทีที่ 60 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกือบทำประตูที่สองของตัวเองและทีมได้เมื่อเจ้าตัวตั้งใจตักบอลโด่งยัดเข้าไปให้เพื่อนร่วมทีมแต่เลยไปหมดและทำท่าว่าจะไม่มีอะไรบอลตกลงพื้นพุ่งไปชนเสาอย่างจังทำเอา ดีน เฮนเดอร์สัน ที่ได้แต่ยืนมองด้วยความงงงวยถึงกับผวาเข้าคว้าบอลทันที

แต่แล้ว ลิเวอร์พูล ได้ประตูนำห่าง 2-0 จนได้นาทีที่ 65 จากจังหวะโต้กลับไวบอลเลยไปถึง ซาดิโอ มาเน่ ใช้ความเร็วกระชากพาบอลขึ้นไปทางฝั่งซ้ายแล้วส่งย้อนมาให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่จับบอลก่อนหมุนตัวส่งต่อให้ มาเน่ หลุดเข้าไปล้มตัวจิ้ม

บอลด้วยเท้าขวาแต่ไปติดเซฟ เฮนเดอร์สันในจังหวะแรก แต่ มาเน่ ลุกขึ้นไวและตามเข้าไปซ้ำดาบสองแบบจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ

นาทีที่ 68 เจ้าบ้านยังไม่ผ่อนเกมรุก ซาลาห์ ได้โอกาสกดเต็มข้อทางมุมกรอบเขตโทษฝั่งขวาบอลพุ่งเลียดตรงไปที่มุมเสาใกล้แต่ถูก เฮนเดอร์สัน ล้มตัวปัดออกไปได้

นาทีที่ 74 หงส์แดง ยังคงสําแดงฤทธิ์ ซาดิโอ มาเน่ ใช้ความเร็วหลุดเข้าไปกดด้วยเท้าซ้ายมุมแคบแต่ยังคงไปติดเซฟของ เฮนเดอร์สัน นายด่านทีมเยือนที่เกมนี้รับศึกหนักป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 77 เจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นคนแรกของทีมในเกมนี้โดยถอด ซาดิโอ มาเน่ ออกแล้วส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาเล่นแทน

10 นาทีต่อมา เซฟฯ ยูไนเต็ด น่าจะได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะล้มตัวยิงจ่อๆ ไม่ถึง 5 หลาของ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ กองหน้าตัวสำรองแต่โดนไม่ดีบอลทำท่าจะกระดอนข้ามเส้นแต่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังตามไปรับไว้ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

ท้ายเกมทัพหงส์แดงเปลี่ยนผู้เล่นอีกสองคนที่เหลือ นาทีที่ 88 ส่ง อดัม ลัลลาน่า ลงมาแทน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ ช่วงชดเชยเวลาการแข่งขันนาทีที่ 90+2 ส่งเจ้าหนู ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ลงมาแทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์

จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านไล่ต้อน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0

ลิเวอร์พูล ที่คว้าชัยเป็นนัดที่ 19 จาก 20 นัดเก็บไปแล้ว 58 คะแนนนำจ่าฝูงโด่งทิ้งห่าง "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ รองฝูงถึง 13 แต้มด้วยกันแถมหงส์แดงยังแข่งน้อยกว่าอีก 1 นัด

ขณะที่ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด มี 29 คะแนนรั้งอันดับที่ 8 ตามเดิม



รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (อดัม ลัลลาน่า น.88) - เจมส์ มิลเนอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม - โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ 90+2), โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ (ดิว็อค โอริกี้ น.78)
ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (3-5-2) : ดีน เฮนเดอร์สัน - คริส บาแชม, จอห์น เอแกน, แจ็ค โอคอนเนลล์ - จอร์จ บัลด็อค, จอห์น ลุนด์สแตรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด (มูฮาเหม็ด เบซิช น.78), จอห์น เฟล็ค, เอ็นดา สตีเว่นส์ - ลีส์ มูสเซ (โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ น.65), เดวิด แม็คโกลดริค (บิลลี่ ชาร์ป น.66)
ผู้จัดการทีม : คริส ไวล์เดอร์

ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

www.siamsport.co.th


© 2018 Coreball.com All Rights Reserved.