24
พ.ย.
แมนซิตี้แซงดับเชลซีสุดมัน แซงขึ้นที่3ตามหงส์9แต้ม
24


แชมป์เก่า "เรือใบสีฟ้า" กลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้ง หลังพลิกแซงเอาชนะ "สิงห์บลูส์" 2-1 จากประตูชัยของ ริยาด มาห์เรซ ช่วยให้ทีมแซงเชลซีขึ้นอันดับ 3 แทนโดยมี 28 คะแนน ตามหลังเลสเตอร์แต้มเดียว ทว่าห่างกับจ่าฝูงอย่าง "หงส์แดง" ถึง 9 แต้ม ในเกมบิ๊กแมตช์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

เกมบิ๊กแมตช์คู่สุดท้ายของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 13 คืนวันเสาร์ที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา "เรือใบสีฟ้า" ที่หล่นมาอยู่อันดับ 4 เปิดรังรับมือ "สิงห์บลูส์" เชลซี ทีมอันดับ 3

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เกมนี้จัดสามแนวรุกเป็น ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" และราฮีม สเตอร์ลิง ขณะที่แฟร้งค์ แลมพาร์ด ดร็อป เมสัน เมาน์ท ข้างสนามจัดสามแนวรุกเป็น วิลเลี่ยน, แทมมี่ อบราฮัม และ คริสเตียน พูลิซิช

เกมเปิดฉากมาได้แค่ 4 นาทีแรก "เรือใบสีฟ้า" เกือบชิงขึ้นนำก่อนเลย จากจังหวะที่ แฟร์นันดินโญ่ แทงบอลจากหลังขึ้นหน้าไปให้ กุน อเกวโร่ จ่ายเร็วให้ เควิน เดอ บรอยน์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาพุ่งถากเสาไกลออกไป

นาที 8 "สิงห์บลูส์" ได้โอกาสส่องครั้งแรกบ้าง หลัง ชูเอา คันเซโล่ จ่ายบอลคืนหลังพลาด แทมมี่ อบราฮัม แย่งบอลได้แล้วพาบอลขึ้นมาก่อนไหลให้ วิลเลี่ยน ควบบอลเข้าไปอัดด้วยขวาพุ่งหลุดกรอบไปนิดเดียว

จังหวะยิงเข้ากรอบหนแรกในเกมเป็นของฝั่ง เชลซี นาที 19 วิลเลี่ยน จ่ายต่อให้ เอแมร์ซอน เติมขึ้นมาซัดด้วยซ้าย ทว่าบอลยังไม่ผ่านมือ เอแดร์ซอน นายด่านเรือใบ

กระนั้น นาที 22 ลูกทีมของ แลมพาร์ด มาพังประตูขึ้นนำแชมป์เก่า 1-0 จนได้ จากความยอดเยี่ยมของ มาเตโอ โควาซิช ตักบอลข้ามหัว แฟร์นันดินโญ่ ให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ หลุดเข้าไปก่อนจะเบียด เบนฌมแม็ง เมนดี้ แล้วตวัดยิงไม่เต็มเท้าบอลค่อยๆ กลิ้งเข้าประตูไป

แต่ทีมเยือนดีใจไม่นาน นาที 29 "เรือใบสีฟ้า" ไล่ตีเสมอ 1-1 ทันควัน จากจังหวะที่เจ้าบ้านตัดเกมได้ตรงกลาง ซิลบา พาบอลขึ้นมาก่อนจ่ายไปติดแนวรับทีมเยือน บอลมาเข้าทาง เควิน เดอ บรอยน์ สับไกยิงด้วยซ้ายแหวกแนวรับก่อนไปแฉลบ คัวร์ท ซูม่า เข้าไป

นาที 36 มาห์เรซ เลี้ยงจี้เข้ากรอบเขตโทษก่อนจ่ายเข้ากลางให้ เดอ บรอยน์ แตะเข้าซ้ายซัดบอลเหินคานไปแบบได้เสียว

จากนั้นถัดมาแค่นาทีเดียว แฟนบอลเรือใบได้เฮลั่นอย่างต่อเนื่องเมื่อเจ้าถิ่นมาพลิกขึ้นนำบ้างเป็น 2-1 และเป็น ริยาด มาห์เรซ โชว์ลีลาสุดพลิ้วๆกระชากแหวกทั้ง โควาซิช และเอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ ก่อนจะซัดลอดขา ฟิคาโย่ โทโมรี่ หนีมือ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า พุ่งเลียดเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม

นาที 43 เจ้าบ้านพลาดโอกาสได้ประตูที่สามอย่างน่าเสียดาย หลังความผิดพลาดของ เกป้า นายด่านของเชลซีที่เปิดบอลไม่ดีไปเข้าเท้า กุน อเกวโร่ ที่ยืนอยู่หน้ากรอบโล่งๆ ทว่าสตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ดันซัดบอลไปชนคานอย่างจัง

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงขึ้นนำ เชลซี 2-1

ครึ่งหลังเริ่มมาได้แค่นาที 49 มาห์เรซ เกือบหวดประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้หลังกระชากจากซ้ายตัดเข้ากลางแล้วซัดด้วยซ้ายหลุดกรอบไปแบบได้ลุ้น

แนวรุกของเรือใบยังดุดันได้ลุ้นเม็ดที่สามอย่างต่อเนื่อง นาที 65 มาห์เรซ ที่วันนี้โดดเด่นจริงๆ เก็บตกในกรอบก่อนหวดด้วยขวาข้างไม่ถนัด ทว่าบอลยังทำให้ เกป้า ต้องปัดออกหลังออกไป

นาที 72 ไอ้หนู ฟิล โฟเก้น ตัวสำรองที่ลงมาแทน ดาบิด ซิลบา ได้ลองส่องไกลนอกอกรอบบ้างแต่หวดด้วยซ้ายลูกนี้ไปเข้ามือ เกป้า ที่รับไว้ได้

นาที 80 "สิงห์บลูส์" เกือบได้ลูกตีเสมอหลัง คริสเตียน พูลิซิช ลากตัดเข้ากลางแล้วจ่ายให้ วิลเลี่ยน วอลเลย์เต็มแรงบอลพุ่งเกือบมุดใต้คาน แต่ยังดีที่ เอแดร์ซอน ปัดปลายนิ้วออกหลังหวุดหวิด

ช่วงเวลาที่เหลือ แข้งซิตี้เล่นอย่างรัดกุม ขณะที่แข้งสิงห์แม้จะพยายามอย่างหนักแต่ไม่สามารถพังประตูตีเสมอได้ จบเกม แมนฯซิตี้ แซงเอาชนะ เชลซี แบบสนุก 2-1 คว้าสามแต้มแซง "สิงห์บลูส์" ไปรั้งอันดับ 3 มี 28 คะแนน ตามหลัง เลสเตอร์ แต้มเดียว ทว่าตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงถึง 9 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส - ชูเอา คันเซโล่, จอห์น สโตนส์, แฟร์นันดินโญ่,เบนฌาแม็ง เมนดี้ - เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี เอร์นานเดซ, ดาบิด ซิลบา - ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่ ''กุน''

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เชลซี (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คัวร์ท ซูม่า, ฟิคาโย่ โทโมรี่, เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ - เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช - วิลเลี่ยน, แทมมี่ อบราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช

ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ๊ตกินสัน

www.siamsport.co.th


© 2018 Coreball.com All Rights Reserved.